หลังจากกระแสการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เติบโตแบบก้าวกระโดด กล่าวคือ จากการรวบรวมข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหนือระบุว่าในปี 2555-2556 มีการขยายตัวสูงสุดในรอบ 22 ปี โดยดูจากตัวเลขการขออนุญาตก่อสร้างในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งปี 2555 สูงถึง 1.2 ล้านตารางเมตร เฉพาะในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่และยังไม่รวมพื้นที่รอบๆ เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ สูงจากปี 2554 ที่มีการขออนุญาตก่อสร้าง ประมาณ 4 แสนตารางเมตร ปี 2556 มีการขออนุญาต 7 แสนตารางเมตร
ขณะที่คอนโดมิเนียมปี 2554 มีการขออนุญาตประมาณ 3 หมื่นตารางเมตร ปี 2555 เพิ่มเป็น 2.3 แสนตารางเมตรและปี 2556 เพิ่มอีก 1.4 แสนตารางเมตร ส่วนบ้านอยู่อาศัย 2.5 แสนตารางเมตรในปี 2554 และปี 2555 เพิ่มเป็น 6 แสนตารางเมตรและปี 2556 อีก 4 แสนตารางเมตร ซึ่งมาจากกำลังซื้อและความต้องการของตลาด เพราะเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางการศึกษา เศรษฐกิจและส่วนหนึ่งเป็นการมองถึงอนาคต โดยเฉพาะโอกาสหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่เชียงใหม่จะเป็นศูนย์กลางในภาคเหนือด้วย และอีกส่วนหนึ่งมาจากนโยบายภาครัฐในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและจากกฎหมายผังเมืองด้วย
ตัวเลขที่เห็นได้สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในปี 2554 ปรับขึ้นจาก 3,400 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาทในปี 2555 และปี 2556 ยอดขายเพิ่มเป็น 7,200 ล้านบาท ถือว่าตัวเลขยอดขายในปี 2554-2555 ก้าวกระโดดเป็น 48% ปี 2555-2556 โตขึ้น 43% และหากรวม 2 ปีแล้วยอดขายโตขึ้นเกือบเท่าตัว เป็นดัชนีที่ชัดเจนว่าเป็นช่วงที่ฟื้นตัวของเศรษฐกิจเชียงใหม่ในรอบ 20 ปีที่ถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยรอบด้านทั้งการท่องเที่ยว นโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจหลายด้าน
อย่างไรก็ตามกระแสการเติบโตย่อมขึ้นสูงสุดและรอเวลาที่จะปรับตัวลง และถึงขั้นมองว่าจะเข้าสู่ภาวะ Over Supply ซึ่งสัญญาณเริ่มปรากฏแล้วว่ามีการประกาศทิ้งเงินดาวน์ และ หลายโครงการอยู่ในภาวะขาดสภาพคล่องโดยไม่ได้ก่อสร้างตามกำหนดที่วางไว้
จากการสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยผลสำรวจล่าสุด พบว่าโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในเชียงใหม่ในปัจจุบันมีทั้งสิ้น 21,590 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านจัดสรรประมาณ 14,800 ยูนิตจาก 131 โครงการ อาคารชุด (คอนโดมิเนียม) ประมาณ 6,700 ยูนิตจาก 50 โครงการ และบ้านพักตากอากาศประมาณ 90 ยูนิต ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนของผู้ประกอบการท้องถิ่น คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 80-90 ที่เหลือเป็นผู้ประกอบการจากส่วนกลาง
รวมถึงล่าสุด (กันยายน 2557) ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) หรือ REIC เปิดเผยสถิติผลสำรวจอาคารชุดเหลือขายใน 6 จังหวัดหัวเมืองหลัก ณ เดือนกรกฎาคม 2557 ได้แก่ เชียงใหม่, ขอนแก่น, ภูเก็ต, ระยอง, นครราชสีมา, และชลบุรี ปรากฏว่าเชียงใหม่มีสัดส่วนห้องชุดเหลือขายสูงสุดคือ 43% หรือ 2,910 ยูนิต จากหน่วยในผัง 6,727 ยูนิต รองลงมา จ.ขอนแก่นมีสัดส่วนเหลือขาย 40% หรือ 1,661 ยูนิตจากหน่วยในผัง 4,140 ยูนิต, จ.ภูเก็ตเหลือขาย 35% หรือ 5,979 ยูนิตจากหน่วยในผัง 16,694 ยูนิต, จ.ระยองเหลือขาย 35% หรือ 961 ยูนิต จากหน่วยในผัง 1,101 ยูนิต, จ.นครราชสีมาเหลือขาย 32% หรือ 987 ยูนิตจากหน่วยในผัง 3,031 ยูนิต และ จ.ชลบุรีเหลือขาย 26% หรือ 15,715 ยูนิตจากหน่วยในผัง 58,639 ยูนิต
นายนนท์ หิรัญเชษฐ์ เลขาธิการสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่-ลำปาง เปิดเผยว่า ข้อมูลสมาคมช่วงปี 2555-2556 มีคอนโดฯเปิดขายใหม่ 9,500-10,000 ยูนิตซึ่งถือว่ามากเกินไป อัตราที่เหมาะสมน่าจะปีละ 2,000 ยูนิต เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อที่อยู่อาศัยของคนท้องถิ่นเชียงใหม่นิยมซื้อบ้าน กลุ่มนี้มีสัดส่วน 30-40% อีก 60-70% เป็นคนต่างถิ่นที่เข้ามาทำงานหรือพักอาศัย เดิมเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่เมื่อมีคอนโดฯเกิดขึ้นก็เปลี่ยนจากการเช่ามาผ่อนห้องชุดกับธนาคาร
สำหรับโครงการบ้านจัดสรรนั้น ปัจจุบันมียูนิตเหลือขายราว 6,600 ยูนิต โดยส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวคิดเป็นร้อยละ 85 ตามมาด้วยอาคารพาณิชย์ ร้อยละ 6 และทาวน์เฮ้าส์ ร้อยละ 5 เมื่อแบ่งตามพื้นที่ พบว่าโครงการบ้านจัดสรรกระจายอยู่ใน 4 อำเภอหลัก ได้แก่ อำเภอสันกำแพง (30 โครงการ 3,600 ยูนิต) อำเภอเมืองเชียงใหม่ (27 โครงการ 2,400 ยูนิต) อำเภอสันทราย (27 โครงการ 2,600 ยูนิต) และอำเภอหางดง (20 โครงการ 2,900 ยูนิต) โดยราคาของบ้านเดี่ยวและอาคารพาณิชย์พักอาศัยส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 2-5 ล้านบาท ส่วนทาวน์เฮ้าส์และบ้านแฝดอยู่ในระดับราคาเดียวกันที่ 2-3 ล้านบาท นอกจากนี้ การสำรวจยังพบว่าส่วนแบ่งทางการตลาดของที่อยู่อาศัยเชียงใหม่เป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพียงร้อยละ 8 ของจำนวนโครงการทั้งหมด
เจาะโครงการคอนโดมิเนียมเดินสู่ภาวะชะลอตัว-ล้นตลาด
เมื่อมองสถานการณ์ตลาดคอนโดฯ ในเชียงใหม่ ตัวเลขของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พบว่าทำเลยอดนิยมที่ผู้ประกอบการเข้าไปพัฒนาโครงการ ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีมากถึง 46 โครงการ ที่เหลือกระจายอยู่ในอำเภอหางดง สันทราย และแม่ริม โดยส่วนใหญ่เป็นห้องชุดแบบ 1 ห้องนอนถึงร้อยละ 78 รองลงมาเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน (ร้อยละ 13) และห้องสตูดิโอ (ร้อยละ 6) สำหรับสถานะของการก่อสร้างหน่วยในผังโครงการทั้งหมด พบว่าร้อยละ 50 เป็นหน่วยที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ร้อยละ 33 ยังไม่ก่อสร้าง และก่อสร้างแล้วเสร็จเพียงร้อยละ 17 นับเป็นตัวเลขที่น่าสนใจว่ากว่า 30% ยังไม่ได้ก่อสร้างเป็นความเสี่ยงที่น่าติดตามผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2558 ว่าจะส่งผลต่อผู้จองและผู้ลงทุนในโครงการเหล่านั้นหรือไม่
ในขณะที่บ้านพักตากอากาศหรือวิลล่า ซึ่งสำรวจเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาราคา 15 ล้านบาทขึ้นไป เป็นโครงการที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นชาวต่างชาติและสร้างเพื่อปล่อยเช่าระยะยาว โดยโครงการส่วนใหญ่มีจำนวนยูนิตเหลือขายเพียงเล็กน้อย โดยจำนวนหน่วยในผังโครงการทั้งหมดยังไม่มีหน่วยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเลย
สอดคล้องกับการสำรวจ นับตั้งแต่กลางปี 2556 ถึงขณะนี้ภาพรวมของธุรกิจที่อยู่อาศัย หรืออสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงใหม่อยู่ในภาวะชะลอตัว โดยเฉพาะธุรกิจคอนโดมิเนียมที่อยู่ในภาวะล้นตลาด (Over Supply) อย่างมากในปัจจุบัน ขณะที่ความต้องการ ในตลาดลดลง ยอดลูกค้าของโครงการต่าง ๆ ถูกปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะทิ้งเงินดาวน์ ซึ่งคาดว่ามีสัดส่วนราว 20-25% แล้ว
ที่มา : บริษัท เอกอานนท์ จำกัด
ตัวเลขที่น่าสนใจภาวะอสังหาริมทรัพย์ของเชียงใหม่ในปัจจุบันคือ
• บ้านเดี่ยว เปิดขาย 26,823 หน่วย เหลือขาย 7,323 หน่วย ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน 524 หน่วย
• ทาวน์โฮม เปิดขาย 1,544 หน่วย เหลือขาย 604 หน่วย ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน 61 หน่วย
• อาคารพาณิชย์ เปิดขาย 2,221 หน่วย เหลือขาย 777 หน่วย ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน 85 หน่วย
• คอนโดมิเนียม เปิดขาย 14,152 หน่วย เหลือขาย 4,080 หน่วย ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน 1,004 หน่วย
• ทาวน์โฮม เปิดขาย 1,544 หน่วย เหลือขาย 604 หน่วย ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน 61 หน่วย
• อาคารพาณิชย์ เปิดขาย 2,221 หน่วย เหลือขาย 777 หน่วย ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน 85 หน่วย
• คอนโดมิเนียม เปิดขาย 14,152 หน่วย เหลือขาย 4,080 หน่วย ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน 1,004 หน่วย
ผู้บริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในพื้นที่ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่า ทิศทางของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของจังหวัดเชียงใหม่ในปี 2557 จะยังคงซบเซาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการหดตัวทั้งกำลังซื้อ และการลงทุน เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบ เช่น ปัญหาการเมือง ปัญหาสถาบันการเงินคุมเข้มสินเชื่อ และตลาดที่อยู่อาศัยที่ล้นตลาด (Over Supply) โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม
ขณะที่แนวโน้มของตลาดที่อยู่อาศัยในเชียงใหม่จะมีการชะลอตัวต่อเนื่อง ไปจนถึงปลายปี 2557 หรือราวต้นปีหน้า แต่ด้วยศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและการ ลงทุนในภาคเหนือ ตลาดที่อยู่อาศัยจะกลับมามีการขยายตัวอย่างแน่นอนหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนใน ปี 2558 จากการเข้ามาทำธุรกิจและ ลงทุนของต่างชาติในกลุ่มอาเซียน
ตลาดไฮเอนด์-ซูเปอร์ลักชัวรีโอกาสทองอสังหาฯ เชียงใหม่
ขณะที่ตลาดบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นโครงการที่มุ่งตลาดกลุ่มลูกค้าจากส่วนกลาง ในพื้นที่ ดังนั้นการตอบโจทย์ลูกค้าด้วยการดีไซน์ ออกแบบเพื่อรองรับจึงไม่สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์มากนัก ซึ่งสามารถสรุปได้ว่าความต้องการสินค้า (Supply) อสังหาฯ ทั้งบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียมในระดับบนยังมีอีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างประเทศที่ต้องการโครงการที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มโดยเฉพาะขนาดห้อง ดีไซน์ที่แตกต่าง สิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น
ทั้งนี้มีการมองว่าเมื่อตลาดระดับล่าง-กลางอิ่มตัว ระดับไฮเอนด์และซูเปอร์ลักชัวรี ราคาเฉลี่ยตารางเมตรละ 60,000-100,000 บาท จะกลับมาฟื้นตัว ซึ่งจะมีหลายรูปแบบเช่นที่พักอาศัยสำหรับกลุ่ม Long Stay โดยเฉพาะ หรือคอนโดมิเนียมที่รองรับกลุ่มลูกค้าต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะโครงการที่เจาะกลุ่มประเทจีน ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ที่สนใจซื้อและลงทุนเพื่อรองรับการเปิดเขตเศรษฐกิจอาเซียน
อย่างไรก็ตามมีการวิเคราะห์กัน ตลาดอสังหาฯแนวราบเชียงใหม่ มีการแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โซนเมืองมีอัตราการแข่งขันสูงสุด แต่ตลาดยังสามารถขยายตัวได้ ทิศทางการขยายของธุรกิจจะออกมาทางอำเภอสันกำแพง ทำให้เริ่มมีการแข่งขันมากขึ้น ปัจจุบันมีกลุ่มทุนส่วนกลางเข้ามาพัฒนาโครงการแล้ว เช่น แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ศุภาลัย พฤกษาฯ ทำให้ราคาที่ดินสันกำแพงเริ่มปรับตัวสูงขึ้นไร่ละ 4-5 ล้านบาท จากเดิมไร่ละ 2-3 ล้านบาท ด้านโซนอำเภอเมืองสูงถึงไร่ละ 10-15 ล้านบาท จากเดิม 5-8 ล้านบาท
เปิดโครงสร้างพื้นฐานเชียงใหม่กระตุ้นอสังหาฯพื้นที่
จังหวัดเชียงใหม่นับเป็นพื้นที่ที่มีโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่เชื่อมโยงกับจังหวัดรอบข้างมูลค่านับแสนล้านบาทไม่ว่าจะเป็นโครงการมอเตอร์เวย์ เชียงใหม่ เชียงรายที่อยู่ระหว่างการศึกษา โครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนคันคลองชลประทาน ถนนวงแหวนรอบที่ 4 โครงการสนามบินแห่งที่ 2 เป็นต้น ไม่รวมโครงการภาคเอกชนขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่ลงทุนไปแล้ว เช่นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ นับเป็นตัวแปรที่จะทำให้เศรษฐกิจเชียงใหม่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและเติบโตในอนาคตได้
โดยเฉพาะการขยายตัวสู่ปริมณฑลเมืองเชียงใหม่ไปทางตะวันออก ย่านสันกำแพง ดอยสะเก็ด ดังล่าสุดที่ ทางหลวงชนบทได้เตรียมก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองเชียงใหม่ – สันกำแพงสายใหม่ ขนานถนนสันกำแพงสายเก่า ใช้งบประมาณ 900 ล้านบาท ภายใต้โครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองต้นเปาบริเวณแยก ทล.121 บรรจบ ทล.1014 สายบ่อสร้าง-ดอยสะเก็ด อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย แนวทางเลือกที่ 1 ระยะทางประมาณ 15.22 กม. มีจุดเริ่มต้นบริเวณทางหลวงชนทบ ชม.3029 หรือถนนเชียงใหม่สมโภช 700 ปี ตัดผ่าทางหลวงหมายเลข 121 หรือถนนวงแวนรอบ 3 จากนั้นแนวเส้นทางมุ่งไม่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1014 หรือถนนสายบ่อสร้าง – ดอยสะเก็ด บรรจบทางหลวงชนบท ชม.4039 ห่างจากทางหลวงหมายเลข 1006 หรือถนนสันกำแพงสายเก่า ประมาณ 1.89 กม.
แนวทางเลือกที่ 2 ใกล้เคียงกับแนวทางเลือกที่ 1 ระยะทางประมาณ 14.47 กม. แนวทางเลือกที่ 3 ระยะทางประมาณ 14.49 กม. เริ่มต้นจุดเดียวกัน แต่พอตัดถนนสายบ่อสร้าง – ดอยสะเก็ด แนวเส้นทางจะมุ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บรรจบทางหลวงชนบท ชม.4039 ห่างจากถนนสันกำแพงสายเก่าประมาณ 1.23 กม. ส่วนแนวทางเลือกที่ 4 ระยะทางประมาณ 14.30 กม. เริ่มจากถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี แต่จุดตั้งต้นจะขยับลงมาใกล้แยกต้นเปามากกว่าแนวทางเลือกอื่น แนวถนนจะใกล้เคียงกับแนวทางเลือกที่ 3 จะแตกต่างท่อนกลางระหว่างถนนสมโภช 700 ปี ถึงจุดตันถนนบ่อสร้าง – ดอยสะเก็ด โดยที่แนวถนนจะขยับลงมาใกล้กับถนนสันกำแพงสายเก่า
ทั้งนี้แนวถนนเลี่ยงเมืองตามโครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น โครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองต้นเปา ผ่านแนวเขตการปกครอง 4 อำเภอของ จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย อ.เมืองเชียงใหม่ ผ่านพื้นที่ ต.ท่าศาลา ต.หนองป่าครั่ง อ.สันกำแพง ผ่านพื้นที่ ต.ต้นเปา ต.สันกลาง ต.แม่ปูคา ต.สันกำแพง ต.ทรายมูล และ ต.ร้องวัวแดง อ.ดอยสะเก็ด ผ่านพื้นที่ ต.สันปูเลย ต.สำราญราษฎร์ และ ต.แม่คือ อ.สันทราย ผ่านพื้นที่ ต.สนพระเนตร
อสังหาฯ เชียงใหม่เข้าสู่ AEC รอปรับตัวกลางปี 2558
ในภาพรวมปลายปี 2557 ต่อเนื่องถึงไตรมาสที่ 2 ของปี 2558 การเคลื่อนไหวของอสังหาริมทรัพย์ในเชียงใหม่จะสอดคล้องกับภาวะโดยรวมของประเทศที่ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มองว่าทิศทางของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาสดใสได้อีกครั้งในปี 2558 จากการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านต่างๆของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม สำหรับแนวโน้มในครึ่งปีหลังผู้ประกอบการในกรุงเทพฯและปริมณฑล จะเริ่มทยอยเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยมากขึ้น ทั้งบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม รวมถึงการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ใกล้กับรถไฟฟ้า แตกต่างจากต่างจังหวัดที่ชะลอการเปิดตัว เนื่องจากปีก่อนได้เปิดโครงการจำนวนมาก โดยเฉพาะคอนโดมีเนียม เช่น จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา ขอนแก่น ชลบุรี และอุดรธานี
พร้อมกับชี้ว่าความเสี่ยงของธุรกิจและผู้บริโภค คือการที่ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองเงินดาวน์ของผู้บริโภค รวมถึงการเร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งอาจจะกลายความเสี่ยงของสถาบันการเงิน
สำหรับแนวโน้มของตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่นั้น น่าจะมีการชะลอตัวต่อเนื่องไปจนถึง ต้นปีหน้า แต่จากการที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงเป็นพื้นที่มีศักยภาพสูง จากการเป็นจังหวัดศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและการลงทุนในภาคเหนือ และปัจจุบันก็มีกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากอยู่แล้ว ด้านการชะลอตัวลงของตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ประกอบการก็ได้รับผลกระทบไปด้วย จากการสำรวจพบว่าขณะนี้เป็นช่วงที่ผู้ประกอบการด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีความเชื่อมั่นต่ำที่สุดในรอบ 9 ไตรมาส หากมองในแง่บวกถือได้ว่าเป็นเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะเป็นการช่วยชะลอไม่ให้เกิดภาวะที่อยู่อาศัยล้นตลาด
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในครึ่งปีหลัง 2558 คาดว่าจะมีผู้ประกอบการจากส่วนกลางเข้ามาลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้น ผลจากการที่จังหวัดเชียงใหม่ จะมีโครงการพัฒนาต่างๆ มากมายในอนาคต ซึ่งจะช่วยดึงดูดให้ผู้ประกอบการจากส่วนกลางที่ต้องการขยายตลาดเข้ามา โดยปัจจุบันมีหลายรายที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวและเตรียมความพร้อมรอไว้แล้ว
อ้างอิง : ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ,หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
,บริษัทเอกอานนท์ จำกัด http://aekarnon.com

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น